พิพิธภัณฑ์ลอนดอนจัดแสดงตัวอ่อนวาฬหลังค่อมที่หาดูได้ยาก

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ หรือ Natural History Museum ณ กรุง London ประเทศอังกฤษ จะเปิดการโชว์ตัวอ่อนของวาฬหลังค่อม ซึ่งอยู่ในครรภ์ระยะต่างๆ ซึ่งเก็บรักษาไว้อย่างดี 7 ชิ้น ด้วยสภาพสมบูรณ์แบบ ออกแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชม ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2017 โดยชิ้นนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงตัวอย่าง ซึ่งใช้ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ประจำปีภาคฤดูร้อนของปี 2017

โดยตัวอ่อนวาฬหลังค่อม ซึ่งหลายๆ ฝ่ายให้ความสนใจ มีจัดแสดงตั้งแต่ระยะยังเป็นเพียงก้อนเนื้อแลดูคล้ายบอลขนาดเล็ก โดยรูปร่างแบบนี้มีอายุเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น จวบไปจนถึงระยะที่มีรูปร่างคล้ายวาฬหลังค่อมย่อส่วนซึ่งมีขนาดประมาณครึ่งเมตร โดยตัวอ่อนระยะนี้มีอายุ 7-8 เดือน

นายริชาร์ด เซบิน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องวาฬ ประจำ Natural History Museum กล่าวว่า ความเป็นมาของงานชุดนี้ เริ่มมาจากการเก็บสะสมตัวอ่อนของวาฬ มาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยฝีมือของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกส่งไปยังน่านน้ำมหาสมุทรแอนตาร์กติก เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับฝูงวาฬมาให้มากที่สุด เพื่อเข้าใจมันอย่างท่องแท้ โดยมีจุดมุ่งหมายในการรวบรวมข้อมูล คือ เข้าใจพวกมันให้มากขึ้นโดยกระแสการล่าวาฬกำลังโหมกระหน่ำNatural-History-image

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องอันน่าเศร้าสลดที่ตัวอ่อนวาฬหลังค่อมเหล่านี้ ถูกนำเอาออกมาจากท้องของผู้เป็นแม่ หากแต่ข้อมูลซึ่งได้จากการสำรวจวิจัยในครั้งนั้น กลับเป็นประโยชน์อย่างมาก มันช่วยผลักดันให้นานาประเทศ ยุติการล่าวาฬลง รวมทั้งใช้ข้อมูลการวิจัยที่ได้มาเพื่ออนุรักษ์วาฬเหล่านี้แทน

ย้อนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน คณะนักวิทยาศาสตร์จาก University of Zurich แห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ดึงข้อมูลเรื่องวาฬ ซึ่งบันทึกไว้ในช่วงปี 1900-1985 มาวิเคราะห์เจาะลึก จนกระทั่งพบข้อมูลว่า วาฬธรรมดาทั่วไปมีขนาดตัวโดยเฉลี่ยเล็กลงอย่างรวดเร็วในช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการล่าวาฬอย่างรุนแรง

ต่อมาทำให้ผลวิจัยนี้ ถูกตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Nature Ecology and Evolution ให้รับทราบในวงกว้าง ซึ่งมีการแจกแจข้อมูลว่าการที่วาฬหลายชนิดมีขนาดตัวเล็กลง เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพวกมันกำลังใกล้สูญพันธุ์อย่างน่าใจหาย ยกตัวอย่างเช่น วาฬสเปิร์มในปี 1985 มีขนาดโดยเฉลี่ยเล็กลงถึง 4 เมตร ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์กันว่าสัญญาณเตือนภัยจากขนาดตัวนี้ สามารถใช้เตือนนักล่า รวมทั้งนานาประเทศว่าจำนวนประชากรวาฬกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างรุนแรงจนอาจถึงขั้นสูญพันธ์ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวจาก ล่า กลายเป็น อนุรักษ์ แทน อย่างไรก็ตามมีประชาชนจำนวนมากสนใจการจัดแสดงในครั้งนี้ เพราะมันหาชมได้ยาก

Comments are closed.