พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในอเมริกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา (The American Museum of Natural History) ชื่อย่อ คือ AMNH ตั้งอยู่ ณ มหานคร New York ซึ่งมันได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง Night at the Museum โดยมีดารานำชื่อดังอย่าง Ben Stiller สวมบทบาท เป็นยามรักษาความปลอดภัยตอนกลางคืน เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อเจ้าแผ่นจารึกโบราณ ได้เสกให้โครงกระดูกไดโนเสาร์, สัตว์สตาฟต่างๆ หุ่นจำลองบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ สามารถฟื้นกลับคืนชีวิตมาได้ จนกลายเป็นเรื่องราวสุดป่วน

ในปี พ.ศ.1874 มีการวางศิลาฤกษ์สำหรับอาคารแรกของพิพิธภัณฑ์ โดย ณ ปัจจุบันนี้มันถูกซ่อนสายตาจากมุมมองของอาคารซึ่งมีความสลับซับซ้อนไปมา ทำให้ไม่มีใครมองเห็นมันได้ง่ายๆ โดยในปัจจุบันนี้มีการใช้พื้นที่มากที่สุดในจัตุรัส Manhattan

The American Museum of Natural History ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Central Park ประกอบด้วยอาคารซึ่งเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด 28 อาคาร ประกอบด้วยห้องจัดแสดง 45 แห่ง นอกเหนือไปจากท้องฟ้าจำลองและห้องสมุด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้งานมากกว่า 33 ล้านชิ้น พิพิธภัณฑ์มีเจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์ 225 คน คอยให้การสนับสนุนการสำรวจพื้นที่พิเศษ เป็นจำนวน 120 ครั้งในแต่ละปี โดยแถลงการณ์หนึ่งเพื่อตอบแก่สาธารณะว่าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกันสร้างมาเพื่ออะไร คำตอบคือ เพื่อค้นพบความจริงพร้อมเผยแพร่ผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในเรื่องความรู้อันเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของมนุษย์โลกธรรมชาติและจักรวาล

Natural-History-photo

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งนี้ จัดเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีจำนวนผู้เข้าชม 5 ล้านคนต่อปี มีชื่อเสียงในเรื่องซากกระดูกไดโนเสาร์ของจริง โดยมีการนำมาตั้งจัดแสดงจำนวนมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีร่างสัตว์ซึ่งเก็บถนอมไว้ในสภาพสมบูรณ์ เช่น ซากกระดูก, นก, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม, สัตว์น้ำ จากสถานที่ต่างๆ จากทั่วโลกมาจัดแสดง

ส่วนในโซนประวัติศาสตร์มนุษย์ ทางพิพิธภัณฑ์ก็นำโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าจากประเทศรวมทั้งวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลก มาจัดแสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของต้นกำเนิดมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางย้ายถิ่นฐานเพื่อเข้าไปก่อร่างสร้างตัวยังในทวีปต่างๆ ตลอดจน เสื้อผ้า, เครื่องมือล่าสัตว์โบราณ, ถ้วยชาม, ซากกระดูกสัตว์ เป็นต้น

เมื่อชมวัตถุบนดินจนพอใจแล้วแล้ว The American Museum of Natural History ก็ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับดวงดาวและท้องฟ้าด้วย นับเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกเบื่อ อยากเรียนรู้ต่อไปอีกเรื่อยๆ ใช้เวลาได้ทั้งวัน ภายใต้ศูนย์ Rose เพื่อโลกและอวกาศ หรือ Rose Center for Earth and Space อันประกอบด้วยหอดูดาว นิทรรศการอันเกี่ยวกับดาราศาสตร์และฟิสิกซ์ของดวงดาวให้ได้รับชมอย่างละเอียด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาแสวงหาความรู้อย่างแท้จริง

Comments are closed.